หลักสูตรพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความสำเร็จกับดร.หนูนา

หลักสูตรฝึกอบรมสำหรับองค์กร

หลักสูตร พัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน การขายและการให้บริการ (หลักสูตรยอดนิยม) 

หลักสูตรนี้เหมาะกับ

พนักงานขาย พนักงานให้บริการ หัวหน้างานทุกระดับ บุคลากรทุกฝ่ายในองค์กร นักศึกษาที่เตรียมเข้าสู่การทำงาน

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1.เกิดการตระหนักรู้ในตนเอง เห็นจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนา

2.เพิ่มเสน่ห์ทางการคิดและจิตใจ

3.มีบุคลิกภาพภายนอกที่สง่างาม

4.เสริมภาพลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือ เป็นมิตรและมืออาชีพ

หัวข้อการอบรม 

1.ความสำคัญของบุคลิกภาพและผลกระทบที่เกิดจากบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม

2.สำรวจบุคลิกภาพที่ดีและบุคลิกภาพที่เกิดปัญหาในการทำงาน พร้อมวิธีการจัดการ

3.ประเมินบุคลิกภาพของตนเองเพิ่มเติมเพื่อหาจุดพัฒนาใน 4 มิติ

4.ตั้งเป้าหมายบุคลิกภาพภายในและภายนอกให้มีเสน่ห์

5.พัฒนาบุคลิกภาพใน 3 มิติ คือ Mindset Appearance Communication โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านความน่าเชื่อถือ มืออาชีพและเป็นมิตร 

5.1 Mindset & Self-Empowerment สร้างบุคลิกภาพภายในให้มีเสน่ห์ด้วยสมองและจิตใจ โดยฝึกมองเห็นคุณค่าในตนเอง ฝึกคิดเชิงบวก (Positive Mindset) ที่จะช่วยให้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ฝึกคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อนำตนเองสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 

5.2 Appearance เสริมสร้างบุคลิกภาพนอกในการปรากฏกายให้น่าประทับใจ ด้วยการ 

Scan and Set ปรับอวัยวะสำคัญทั้ง 6 เข้าสู่แกนกลาง ไม่ยื่น ไม่ค่อม ไม่ย้วย เพราะอวัยวะที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสร้างทั้งสุขภาพที่ดีและภาพลักษณ์ที่สง่างาม

ปรับบุคลิกภาพ 3ระยะ ได้แก่ 

    1.บุคลิกภาพระยะไกล ปรับท่วงท่าการเดินให้ดูสมาร์ท กระตือรือร้น

    2.บุคลิกภาพระยะกลาง ปรับท่วงท่าการยืน ตำแหน่งการยืน ตำแหน่งการเก็บมือ การถือเอกสาร การใช้ภาษามือในขณะยืน การไหว้ก่อน-หลังให้บริการ มารยาทการรับ-มอบนามบัตร การนั่งตรงและนั่งแบบเก็บเรียวขา แนะนำการแต่งกายแบบสมาร์ท

    3.บุคลิกภาพระยะใกล้ ได้แก่ การใช้ลำตัวส่วนบน การฝึกควบคุมสีหน้า การสร้างสีหน้าให้ดูมีชีวิตชีวาพร้อมให้บริการ การยิ้มแบบ Real & Warm มารยาทการสบตา

5.3 Communication

   ฝึกปฏิบัติการใช้โทนเสียงเสริมบุคลิกภาพ ได้แก่ ระดับความสูง ต่ำ หนัก เบา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นมิตร และเน้นความสำคัญของการใช้คำเพื่อให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกเชิงบวก

รูปแบบการอบรม บรรยาย 30 ฝึกปฏิบัติ 70  ผู้ดำเนินการอบรม ดร.นทษร สุขสารอมรกุล 

สอบถามค่าบริการได้ที่ 0993344222 หรือ คลิ๊กสอบถาม 

ชมภาพการอบรม

 

.

หลักสูตร การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication(ได้รับคะแนนสูงสุดจากองค์กรเอกชนปี64-66) 

หลักสูตรนี้เหมาะกับ องค์กรที่ต้องการเน้นการสื่อสารภายในและสื่อสารกับลูกค้า โดยพบปัญหาการสื่อสารต่างๆเช่น พูดวกวน พูดมากไป พูดน้อยไป อธิบายไม่เข้าใจ พูดไม่สุภาพ ไม่กล้าพูด น้ำเสียงไม่สุภาพ หลบสายตาเวลาพูด พูดได้ดีแต่สีหน้าท่าทางไม่เหมาะสม

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1.เสริมความมั่นใจทั้งภายในและภายนอกของผู้ส่งสาร

2.เข้าใจจิตวิทยาการสื่อสารมากขึ้น 

3.มีเทคนิคการสื่อสารที่ดีในการทำงานและการเข้าสังคม 

หัวข้อการอบรม  

1.ทฤษฎีการสื่อสารและความสำคัญขององค์ประกอบการสื่อสาร

2.ประเมินการสื่อสาร 4 รูปแบบ Passive, Aggressive, Assertive, Passive-Aggressive

3.Positive Thinking to Positive Communication 

4.สื่อสารสร้างสัมพันธ์ 5 คำที่ควรใช้ 

5.ศิลปะการใช้คำเพื่อสร้าง Positive Emotion และ เลี่ยงNegative Emotion ในสถานการณ์ต่างๆ 

6.รูปแบบการสื่อสารพร้อมใช้สำหรับ การขออภัย การอธิบายเมื่อลูกค้าพบปัญหา การรับข้อร้องเรียน การรายงานข้อผิดพลาด 

7.เทคนิคการตอบคำถาม อธิบายไม่วกวนด้วยหลัก T P E E P

 ถึงแม้จะมีข้อมูลที่มีคุณภาพแต่ถ้าอธิบายไม่ชัดเจน ไม่เห็นภาพจะไม่สามารถทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ เทคนิคนี้เป็นการลำดับรูปแบบประโยคที่จะช่วยให้อธิบาย ขยายความ ตอบคำถามได้ชัดเจน เห็นภาพมากขึ้น

8.Focus On Benefit 

  การสื่อสารเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นประโยชน์และความสำคัญเพื่อขอความร่วมมือเป็นหลัก

9Voice Characteristics

   เรียนรู้คุณสมบัติของน้ำเสียง โทนเสียง 4 แบบ โดยเฉพาะเสียงที่เหมาะสมในการสื่อสารกับลูกค้า เพราะเสียงคือการสร้างบรรยากาศสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีแด่ผู้ฟังได้ 

10.Body Language ฝึกปฏิบัติภาษากายและการควบคุมสีหน้าในการสื่อสารให้ดูเป็นมิตร สุภาพและมีความเป็นมืออาชีพ โดยการปรับบุคลิกภาพ 2 ระยะ

   บุคลิกภาพระยะกลาง ปรับท่วงท่าการยืน ตำแหน่งการยืน ตำแหน่งการเก็บมือ การใช้ภาษามือ การไหว้ก่อน-หลังให้บริการ การนั่งตรงและนั่งแบบเก็บเรียวขา 

  บุคลิกภาพระยะใกล้ ได้แก่ การใช้ลำตัวส่วนบน การฝึกควบคุมสีหน้า การสร้างสีหน้าให้ดูมีชีวิตชีวา การยิ้มแบบ Real & Warm มารยาทการสบตาทางธุรกิจ

 

ระยะเวลา ชั่วโมง

รูปแบบการอบรม บรรยาย 30 ฝึกปฏิบัติ 70  

อบรมโดย ดร.นทษร สุขสารอมรกุล

สอบถามค่าบริการได้ที่ 0993344222 หรือ คลิ๊กสอบถาม

หลักสูตร ยกระดับการสื่อสารให้ได้ใจและได้งาน 

กลุ่มเป้าหมาย หัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหารทุกระดับ 

ประโยชน์

1.มีรูปแบบการสื่อสารพร้อมใช้ให้ได้ใจและได้งาน

2.สร้างบรรยากาศและความสัมพันธ์อันดีในการสื่อสาร

3.เข้าใจตนเองและผู้อื่นในการสื่อสารมากขึ้น

4.มีภาพลักษณ์ในการสื่อสารที่ดีเป็นแบบอย่างได้

 

หัวข้อการอบรม 

1.ภาพรวมของการสื่อสาร

ความหมายของการสื่อสาร ผลกระทบและประโยชน์ของการสื่อสาร 

2.สมอง จิตใจ อารมณ์ จุดเริ่มต้นการสื่อสาร

ในขณะสื่อสารสมองส่วนใดทำงานบ้างและจะจัดการอย่างไร เช่น การใช้คำพูดบางคำอาจกระตุ้นสมองส่วนสัญชาติญาณให้ผู้ฟังเกิดความกลัว นำไปสู่โหมดอารมณ์โกรธทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้ 

3.เข้าใจคนและกลวิธานป้องกันตนเอง

   มนุษย์มักต้องการได้รับเกียรติ เห็นคุณค่าและกลัวหลายอย่างเช่น กลัวอันตราย กลัวถูกปฏิเสธ กลัวถูกตำหนิ เป็นต้น เมื่อทราบถึงความต้องการและความกลัว สามารถออกแบบการสื่อสารที่ทำให้ผู้ฟังเปิดใจมากขึ้น 

4.ประเมินรูปแบบการสื่อสารของตนเอง 

     ด้วยข้อคำถามเช่น เมื่อพบปัญหาท่านมักจะ 1.วกวนติดอยู่กับปัญหา ตำหนิ หาคนผิด 2.หาวิธีแก้ปัญหา หรือ 3.หาวิธีแก้พร้อมหาทางป้องกันเพื่อให้ทราบถึงการสื่อสารของตนเอง

5.Growth Mindset Fixed Mindset 

      ปรับความเชื่อ ปรับวิธีคิดสู่การสื่อสารที่สร้างสรรค์เช่น เมื่อทีมทำผิดพลาดโดยแต่เดิมคอยตอกย้ำซ้ำเติมให้รู้สึกผิด เปลี่ยนเป็นช่วยให้เรียนรู้ แนะนำและช่วยเหลือ

6.เทคนิคการให้ feedback ที่ทำให้คนอยากเปลี่ยนแปลง  ขั้นตอน 

7.เทคนิคโน้มน้าวใจ เพื่อใช้ขอความร่วมมือ หรือ เปลี่ยนพฤติกรรม  ขั้นตอน

8.เทคนิคการสอนงาน GROW Model

9.ศิลปะการเลือกใช้คำพูดเพื่อปรับจากความรู้สึกเชิงลบให้เกิดความรู้สึกเชิงบวก

   เช่น เธอนี่พิมพ์งานผิดซ้ำซากตลอด ไม่เคยพัฒนาเลย สอนก็ไม่รู้จักจำ เปลี่ยนเป็น ขอบคุณมากที่ส่งงานก่อนเวลา ทีนี้พี่เห็นว่าตรงนี้มีจุดผิดอยู่ จุด เธอช่วยนำไปปรับแก้ให้หน่อยนะ ขอบคุณมาก เป็นต้น

10.การสื่อสารในที่ประชุม เมื่อต้องอยู่ในการประชุมที่มีความเห็นไม่ตรงกัน 

11.สุนทรียสนทนา (Dialogue

ฟังอย่างลึกซึ้ง ฝึกวางการตัดสิน ไม่ตำหนิ ไม่ด่วนสรุป ใช้หาความความคิดใหม่และความเป็นไปได้อื่นๆ

12.น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง

       เรียนรู้ลักษณะของเสียงและท่วงท่าที่สร้างพลัง 

ระยะเวลาอบรม 6 ชั่วโมง 

ผู้อบรม ดร.นทษร สุขสารอมรกุล

หลักสูตร "Professional Service"

  ทักษะการให้บริการคือทักษะที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบัน เมื่อองค์การต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีแด่ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการจึงเป็นปัจจัยหลักในการส่งมอบคุณค่านั้นทั้งให้บริการโดยหน้าที่และให้บริการโดยจิตวิญญาณ แต่การให้บริการอย่างมืออาชีพจะไม่เกิดขึ้นหากปราศจากการพัฒนาใน 3 มิติ คือ วิธีคิดอย่างผู้ให้บริการมืออาชีพ (Service Mindset) ภาพลักษณ์การแสดงออกอย่างเหมาะสมและการสื่อสารในงานบริการ ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งเน้นการส่งมอบ 3 สิ่งให้แก่ผู้รับบริการได้แก่ ประสบการณ์ที่ดี ความคุ้มค่าและความสุข 

หัวข้อการอบรม ชั่วโมง

Pro Thinking ผู้ให้บริการที่ดีควรมีรูปแบบวิธีคิดอย่างไร 2 ชั่วโมง (บรรยาย+กิจกรรมกลุ่ม)

1. Service Quality Model เข้าใจความความคาดหวังของผู้รับบริการ 5 ด้าน

2.สร้างจิตวิญญาณการให้บริการผ่านคำถาม 5 ข้อ เช่น “วันนี้เราได้ทำให้ลูกค้ายิ้มแล้วหรือยัง” “เราจะทำให้ลูกค้า....ขึ้นได้อย่างไร” เป็นต้น “

Pro Image ยกระดับภาพลักษณ์ผู้ให้บริการ 1.30 ชั่วโมง (ฝึกปฏิบัติ)

1.แนะนำการดูแลสุขลักษณะ การแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม พร้อมทำเช็คลิสต์ภาพลักษณ์ 20 จุด 

2.ฝึกปฏิบัติภาษากาย ท่วงท่าให้ตื่นตัว เตรียมพร้อม มีพลังในการทำงานและการแสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มเข้ากับแต่ละสถานการณ์

Pro Communication 2.30 ชั่วโมง (กิจกรรมกลุ่ม)

วิธีสื่อสารกับผู้รับบริการใน 5 สถานการณ์

1.เมื่อผู้รับบริการพบปัญหาในการเข้ารับบริการ ซึ่งปัญหาสามารถเกิดได้ทุกขณะแต่หากมีวิธีการสื่อสารที่เป็นรูปแบบชัดเจนจะเป็นเครื่องมือให้จัดการสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพ

2.เมื่อพบความผิดพลาด ทั้งกรณีที่ผู้รับบริการเป็นฝ่ายทำผิดพลาดและทางผู้ให้บริการเป็นฝ่ายทำผิดพลาด เพราะการใช้คำบางคำสามารถกระตุ้นจากที่ไม่พอใจอยู่แล้วทวีความโกรธขึ้นได้อีก เพียงแค่ใช้คำให้ถูก ปรับโทนให้ได้ มีแนวโน้วจะทำให้ผู้ฟังเปิดใจและให้ความร่วมมือแก้ไขสิ่งนั้นๆได้

3.เมื่อผู้รับบริการมีข้อร้องเรียน การยืนฝั่งเดียวกับผู้รับบริการจะทำให้เข้าใจข้อร้องเรียนและความต้องการได้

4.ผู้รับบริการร้องขอในสิ่งที่ผู้ให้บริการไม่สามารถให้ได้ เพราะบางครั้งความต้องการที่มากจนเกินขอบเขตของผู้ให้บริการและองค์กรจะบริการให้ได้ การสื่อสารอย่างเหมาะสมสามารถทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ 

5.ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการอธิบายหรือตอบคำถาม ด้วยข้อมูลขององค์กรที่มีมากหรือผู้ให้บริการยังไม่มีประสบการณ์ที่เพียงพอต่อการอธิบายหรือตอบคำถาม จึงต้องมีทางออกในการสื่อสารโดยยังคงความน่าเชื่อถือและผู้รับบริการยังคงได้รับข้อมูลที่ต้องการด้วย

 

...

หลักสูตร เสริมทักษะการคิดเชิงบวกและความสุขในการทำงาน  

หลักสูตรนี้เหมาะกับ

1.องค์กรภาครัฐ เอกชนที่ต้องการปลุกพลังการทำงาน เสริมสร้างความคิดเชิงบวกและสร้างความสุขให้กับบุคลากร

2.บุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมพลังในการคิด การจัดการอารมณ์ ความรู้สึกและต้องการสร้างความสุขให้กับตนเอง 

ประโยชน์

1.รู้ความคิดและจัดการความรู้สึกของตนเองได้ดีขึ้น

2.สะสมการคิดเชิงบวกได้ดียิ่งขึ้น 

3.มีวิธีสร้างความสุขกับตนเองและส่งมอบให้คนรอบข้างได้

4.เสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีให้แก่ตนเอง 

5.มีความคิดสร้างสรรค์และการแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้น 

หัวข้อ 

1.พลังของความคิด 

            ทำไมดูรูปอาหารแล้วรู้สึกหิว กลืนน้ำลายและท้องร้องทั้งที่ไม่มีอาหารจริงๆ ทำไมเหตุการณ์ที่เรากังวลแต่เพื่อนกลับสบายใจและผ่านมันไปได้ ความคิดพัฒนามาจากอะไรและพลังของความคิดก่อให้เกิดอะไร

2.Self-Awareness 

           เท่าทันความคิด เท่าทันอารมณ์ เท่าทันร่างกาย เพราะจุดเริ่มต้นของการจัดการคือการมองเห็น 

3. Self-Talk จัดการเสียงวิจารณ์ ความคิดที่วิ่งอยู่ภายในตัวเรา 

            หากมีคนกำลังวิจารณ์ ตำหนิ ดุด่าเราทุกครั้งที่ทำผิดพลาด เราจะมีพลังฟื้นตัว จะมีกำลังใจ จะพบกับความสุขได้อย่างไร เริ่มจัดการเสียงแรกคือเสียงที่มาจากตัวเรา 

4.สร้างเส้นทางสมองสู่นิสัยการคิดบวก

          เพราะสมองมีการเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ๆตลอดเวลา จึงต้องฝึกคิดเพื่อสร้างโครงข่ายสมองที่มีประสิทธิภาพ ฝึกการคิด 4 รูปแบบ 1.คิดสร้างสรรค์ เพื่อมองเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ 2.ฝึกคิดใน 4มุมมอง เพื่อขยายกรอบการคิดให้กว้างและรอบด้าน 3.ฝึกคิดเชิงบวก เพื่อเชื่อมโยงความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมสู่การเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ 4.ฝึกมองเห็นคุณค่า เติมความรักให้ตนเอง (Self-Esteem)  

5.การจัดการอารมณ์ 

         เรียนรู้ธรรมชาติและประโยชน์ของอารมณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ มีการจัดการอารมณ์ที่เป็นระบบ ยอมรับ เข้าใจ จัดการ โดยเฉพาะความเครียดและความกังวล 

6.กิจกรรมสร้างสุข 

            ฝึกสะสมกิจกรรมที่สร้างความสุขในหลายรูปแบบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด 

 สอบถามค่าบริการได้ที่ 0993344222 หรือ คลิ๊กสอบถาม

ชมภาพการอบรม

หลักสูตร พัฒนาบุคลิกภาพและเทคนิคการแต่งหน้า (หลักสูตรเน้นภาพลักษณ์)

หลักสูตรนี้เหมาะกับ

พนักงานขาย พนักงานให้บริการ ผู้บริหารทุกระดับ บุคลากรทุกฝ่ายในองค์กร นักศึกษาทุกชั้นปี ทุกเพศ ทุกวัยโดยเฉพาะสุภาพสตรี

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1.เกิดการตระหนักรู้ในตนเอง เห็นจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนา

2.มีรูปแบบการคิดใหม่และรู้วิธีการจัดการอารมณ์ของตนเอง

3.มีบุคลิกภาพภายนอกและการแต่งหน้า ทำผมที่สง่างาม

หัวข้อการอบรม 

1.ความสำคัญของบุคลิกภาพและผลกระทบที่เกิดจากบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม

2.สำรวจบุคลิกภาพที่ดีและบุคลิกภาพที่เกิดปัญหาในการทำงาน พร้อมวิธีการจัดการ

3.ประเมินบุคลิกภาพของตนเองเพิ่มเติมเพื่อหาจุดพัฒนาใน 4 มิติ

4.ตั้งเป้าหมายบุคลิกภาพภายในและภายนอกให้มีเสน่ห์

5.พัฒนาบุคลิกภาพใน 2 มิติ คือ Mindset & Appearance โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านความเป็นมืออาชีพและน่าประทับใจ 

   5.1 Mindset สร้างบุคลิกภาพภายในให้มีเสน่ห์ด้วยวิธีการคิด โดยฝึกมองเห็นคุณค่าในตนเอง ฝึกคิดเชิงบวก(Positive Mindset) ที่จะช่วยให้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น

   5.2 Appearance เสริมสร้างบุคลิกภาพนอกในการปรากฏกายให้น่าประทับใจ ด้วยการ 

    Scan and Set ปรับอวัยวะสำคัญทั้ง 6 เข้าสู่แกนกลาง ไม่ยื่น ไม่ค่อม ไม่ย้วย เพราะอวัยวะที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสร้างทั้งสุขภาพที่ดีและภาพลักษณ์ที่สง่างาม

   ปรับบุคลิกภาพ 3ระยะ ได้แก่ บุคลิกภาพระยะไกล ปรับท่วงท่าการเดินให้ดูสมาร์ท กระตือรือร้น บุคลิกภาพระยะกลาง ปรับท่วงท่าการยืน ตำแหน่งการยืน ตำแหน่งการเก็บมือ การถือเอกสาร การใช้ภาษามือในขณะยืน การไหว้ก่อน-หลังให้บริการ มารยาทการรับ-มอบนามบัตร การนั่งตรงและนั่งแบบเก็บเรียวขา บุคลิกภาพระยะใกล้ ได้แก่ การใช้ลำตัวส่วนบน การฝึกควบคุมสีหน้า การสร้างสีหน้าให้ดูมีชีวิตชีวา การยิ้มแบบ Real & Warmมารยาทการสบตา ฝึกปฏิบัติแต่งหน้าและทำผม 

รูปแบบการอบรม บรรยาย 30 ฝึกปฏิบัติ 70  ผู้ดำเนินการอบรม ดร.นทษร สุขสารอมรกุลและวิทยากรแต่งหน้า

ฝึกปฏิบัติแต่งหน้าทุกท่านจำกัด 25ท่าน/กลุ่ม แต่งหน้าแบบสาธิต40 ท่าน/กลุ่ม    

ชมภาพการอบรม

หลักสูตร พัฒนาบุคลิกภาพและเทคนิคการนำเสนอ
 
 

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.ได้เรียนรู้และปรับใช้องค์ประกอบในการนำเสนอทั้งผู้ฟัง การสื่อสารและบุคลิกภาพ 

2.มีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ

3.มีภาพลักษณ์ที่ดูมืออาชีพ

4.มีความมั่นใจในการนำเสนอ

 

หัวข้อ

1.เป้าหมายของการนำเสนอ

       ทำความเข้าใจเป้าหมาย ประโยชน์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการนำเสนอและนำเสนอได้ไม่หลุดกรอบ ตรงจุด

2.เข้าใจผู้ฟัง

     การเข้าใจผู้ฟังในความต้องการ ความสนใจ จะสามารถออกแบบการนำเสนอได้ตรงจุดมากขึ้นและเกิดความน่าสนใจตลอดเส้นทางการนำเสนอ

   2.1 เรียนรู้จิตวิทยาของผู้ฟังในเรื่องของ เวลา ความถนัดในการรับรู้ ความจำ 

2.2 หลัก ประการเพื่อโน้มน้าวใจ

การตอบแทนซึ่งกันและกัน (Reciprocity) การมีอำนาจ (Authority) ความสม่ำเสมอ (Consistency) ความเห็นส่วนใหญ่ (Consensus) ความขาดแคลน (Scarcity) ความชอบ (Liking) 

3. ออกแบบการนำเสนอ 

คือการผสมผสานข้อมูลให้น่าสนใจด้วย

3.1 นำเสนอดีต้องมี 3 S

            Spark Curiosity มีเทคนิคกระตุ้นความอยากรู้ของผู้ฟัง

            Smooth Transition ใช้การเชื่อมประเด็นเพื่อช่วยจัดลำดับความคิด ความเข้าใจ

            Strong Call to Action ปิดท้ายอย่างทรงพลัง      

3.2 วางโครงสร้าง (Flow) ทั้งแบบเป็นทางการ การประชุม การรายงานและแบบไม่เป็นทางการ

4.การใช้คำพูด (Verbal Communication) 

            4.1การใช้คำนำเสนอแบบเป็นทางการในการขึ้นต้น กล่าวถึงบุคคลอื่น คำลงท้ายเป็นต้น 

            4.2เทคนิคการสร้างบรรยากาศ เช่น คำที่สร้างพลัง การสร้างเสียงหัวเราะ คำเชื่อมโยงเป็นต้น

            4.3เทคนิคคำเพื่อลดความขัดแย้ง ความรู้สึกเชิงลบในระหว่างการนำเสนอ

5.Smart Personality and Powerful Body Language 

        ปรับอวัยวะทั้ง ให้เข้าสู่แกนกลาง ฝึกปฏิบัติการยืน การเก็บรูปขา การเปิดลำตัว การเดินขึ้น-ลงเวที ลุกนั่งให้ดูสง่า การวางตำแหน่งมือ พักมือขณะพูด วิธีการเช็คและจับไมค์ การส่งไมค์ การกวาดสาตา ระดับการมอง มารยาทการสบตา เวลาในการสบตา การสบตาแบบเป็นมิตร เทคนิคการยิ้มแบบจริงใจ (Real Smile) การใช้ภาษามือในการนำเสนอ 20ท่วงท่า การสร้างสีหน้าให้เข้ากับสารที่นำเสนอ เทคนิคการแต่งกายให้ดูสมาร์ท มีพลัง และการใช้สีเครื่องแต่งกายในการสื่อสาร

6.Tone of Voice เรียนรู้คุณสมบัติของน้ำเสียง เสียงที่เหมาะสมในการนำเสนอ เพราะเสียงคือการสร้างบรรยากาศสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีได้ พร้อมฝึกปฏิบัติการใช้โทนเสียง

7.ฝึกปฏิบัติการนำเสนอ พร้อมฝึกตอบข้อซักถาม ประมาณ2ชั่วโมง

ฝึกปฏิบัติ 70 ทฤษฎี 30

 

หลักสูตร วิทยากรมืออาชีพ 

     หลักสูตรวิทยากรมืออาชีพออกแบบมาเพื่อเน้นการพัฒนาบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร พร้อมทั้งเส้นทางของการเป็นวิทยากรแบบ SMART&ELEGANT และเป็นต้นแบบนักสื่อสาร แบบ POWERFUL& CONFIDENT 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1.ได้เรียนรู้เคล็ดลับการเป็นวิทยากรตั้งแต่เริ่มต้นถึงขั้นปฏิบัติงานจริง

2.มีเทคนิคการนำเสนอ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดูมืออาชีพ

หัวข้อ

1.คุณค่าของวิทยากร

         คุณค่าในการทำงานของเราคืออะไร เป้าหมายในการทำงานวางไว้อย่างไร และอยากเป็นวิทยากรมืออาชีพต้องมีอะไรติดตัวบ้าง มาร่วมสำรวจไปด้วยกัน!

2.Balancing Personality

        สร้างบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ทั้งภายในและภายนอกด้วย Masculine Energy และ Feminine Energy

3.Powerful Body Language 

        ตำแหน่งการยืนบนเวทีเทคนิคการยืนให้ดูมั่นใจและมีพลังการพักขาการวางตำแหน่งปลายเท้า,การเปิดลำตัวเทคนิคลุกนั่งให้ดูสง่าการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยแต่ดูมีพลังการเว้นระยะห่างขณะสนทนา, วิธีการพักมือขณะพูดให้ดูมืออาชีพ, วิธีการเดินให้ดูSmart, ระยะห่างของก้าวการแกว่งแขนการจัดลำตัวให้ตรงจังหวะการเดินให้มีมาดการถือของขณะเดิน, วิธีการนั่งให้ดู Elegant,การวางตำแหน่งมือ,การนั่งแบบเปิดลำตัว,การวางขาและปลายเท้า-วิธีการใช้ไมค์ในแบบต่างๆการส่งไมค์การเช็คไมค์, วิธีการกวาดสาตาระดับการมองมารยาทการสบตาเวลาในการสบตาการสบตาแบบเป็นมิตร, เทคนิคการยิ้มแบบจริงใจ (Real Smile) และเทคนิคการยิ้มแบบอบอุ่น (Warm Smile), การใช้ภาษามือในการนำเสนอ การผายมือ ,

4.จิตวิทยาการเข้าถึงผู้ฟังที่วิทยากรควรรู้

       เรียนรู้เทคนิคที่จะทำให้วิทยากรเข้าถึงผู้ฟัง เป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับจาก ได้แก่ การมีพื้นที่ปลอดภัย  การเสริมแรงเชิงบวก มีEmpathy การฟังและเคารพ ความง่ายและคุ้นชิน การเปิดใจหากพบสิ่งที่รู้

5.เทคนิคการนำเสนอ 3 S 

     Spark Curiosity เทคนิคจุดประกายความอยากรู้ของผู้ฟัง

     Smooth Transition เชื่อมประเด็นได้(flow) ไม่หลุดแก่น (Key)

     Strong Call to Action ปิดท้ายอย่างทรงพลัง              

6.การเล่าเรื่องให้น่าสนใจด้วยเทคนิคของนักพูดมืออาชีพ W.L.I.A.G

7.การออกแบบหลักสูตร ค่าบริการและการดูแลลูกค้า 

ชมภาพการอบรม

Visitors: 592,517